Galaxy andMilky Way Galaxy
Galaxy
เป็นที่ว่างที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถกำหนดขอบเขตได้ ภายในกาแลคซี่ประกอบไปด้วยดวงดาวมากมายหลายร้อยล้านดวง ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ฝุ่นและกลุ่มเนบิวลา กาแล็กซี่มีรูปร่างต่างกัน ได้แก่ กาแล็กซีรี กาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีเลนส์ กาแล็กซีลูกสะบ้า และกาแล็กซี่ที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนเรียกว่า กาแล็กซีไร้รูปแบบ
กาแล็กซี่กังหัน
(Spiral galaxy)
กาแล็กซี่เลนส์
(Lenticular galaxy)
กาแล็กซี่รี
(Elliptical galaxy)
กาแล็กซี่รี
(Elliptical galaxy)
กาแล็กซี่ไร้รูปแบบ
(irregular galaxy)
ในปี พ.ศ. 2479 เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้เสนอการจัดหมวดหมู่กาแล็กซี่จากรูปร่างที่ปรากฎโดยใช้แผนภาพที่มีชื่อเรียกว่า ส้อมเสียงของฮับเบิล (Hubble tuning fork) เนื่องจากมีลักษณะคล้ายส้อมเสียง ดังรูป ด้านซ้ายของภาพ คือ กาเเล็กซีรี (E) มีการเรียงความรีจากความรีน้อยไปความรีมาก (E0-E7) ด้านขวาของเเผนภาพ คือ กาเเลกซีกังหัน (S) ซึ่งเเบ่งเป็นกาเเล็กซีกังหันมีคาน(SB) มีลักษณะกลมนูนที่ใจกลางกาเเล็กซีเช่นเดียวกับกาเเล็กซีรีเเต่มีเเขนยื่นออกมาจำนวน 2 เเขนหรือมากกว่า บริเวณกึ่งกลางของภาพคือ กาเเล็กซีเลนส์ (S0) มีรูปร่างคล้ายเลนส์นูน มีใจกลางสว่าง ล้อมรอบโครงสร้างด้วยเเผ่นจานเเต่เเผ่นจานไม่มีโครงสร้างเเขนกังหันที่มองได้ด้วยตาเปล่า
MILKY WAY GALAXY
กาเเลกซีทางช้างเผือก
กาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นกาแล็กซีกังหันแบบมีคาน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,00 ปีแสง มีดาวฤกษ์อยู่ภายในกาแล็กซีประมาณ 100,000 ถึง 400,000ล้านดวง บริเวณใจกลางทางช้างเผือกจะมีดาวฤกษ์อยู่กันอย่างหนาแน่น รวมถึงฝุ่นและแก๊สจำนวนมาก ทำให้ฝุ่นและแก๊สเหล่านั้นกระเจิงแสงจากดาวฤกษ์ เราจึงสังเกตเห็นความสว่างมากกว่าบริเวณโดยรอบ (บริเวณแขนกาแล็กซี) ระบบสุริยะของเรานั้นอยู่บริเวณขอบรอบนอกของกาแล็กซีทางช้างเผือก และอยู่ห่างจากใจกลางประมาณ 30,000 ปีแสง
โครงสร้างกาเเลกซีทางช้างเผือก
โครงสร้างหลักของกาเเลกซีทางช้างเผือกประกอบด้วย กาแล็กซีทางช้างเผือกมีโครงสร้าง 3 ส่วน ดังนี้นิวเคลียส (nucleus) เป็นบริเวณใจกลาง
กาแล็กซีที่มีดาวฤกษ์รวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีแรงโน้มถ่วงสูง ส่วนที่โป่งตรงกลาง
เรียกว่า ดุมกาแล็กซี (bulge) มีลักษณะคล้ายคาน บริเวณปลายคานทั้งสองมีลักษณะเป็นจาน(Disc) ซึ่งระบบสุริยะห่างจากศูนย์กลางของกาแล็กซี่ประมาณ 30,000ปีแสง ส่วนบริเวณที่ไกลออกไปครอบคลุมนิวเคลียสและจาน มีกระจุกดาวกระจายตัว เรียกบริเวณนี้ว่า ฮาโล(Halo)
สำหรับประเทศไทยช่วงที่สังเกตเห็นทางช้างเผือกชัดเจนที่สุดคือ ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนตุลาคม ทั้งนี้การมองเห็นทางช้างเผือกยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและทัศนวิสัยของท้องฟ้า
รูปทางช้างเผือกบนดอยอินทนนท์
นอกจากกาแล็กซีทางช้างเผือกแล้ว ยังมีกาแล็กซีเพื่อนบ้านที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ได้แก่ กาแล็กซีแอนดรอเมดา (Andromeda Galaxy) กาแล็กซีแมเจลแลนใหญ่หรือเมฆแมเจลแลนใหญ่ (Large magellanic clound) และกาแล็กซีแมเจลเลนเล็กหรือเมฆแมเจลเลนเล็ก(Small Magellanic clound)
กาแล็กซีแมเจลเลนเล็กหรือเมฆแมเจลเลนเล็ก(Small Magellanic clound)
กาแล็กซีแมเจลแลนใหญ่หรือเมฆแมเจลแลนใหญ่(Large magellanic clound)
กาแล็กซีแอนดรอเมดา
(Andromeda Galaxy)
Thank you
INFINITE SPACE PRESENTATION
23-นางสาวอรจิรา รัตนภักดี
Created on November 14, 2021
Start designing with a free template
Discover more than 1500 professional designs like these:
View
Tarot Presentation
View
Vaporwave presentation
View
Women's Presentation
View
Geniaflix Presentation
View
Shadow Presentation
View
Newspaper Presentation
View
Memories Presentation
Explore all templates
Transcript
Galaxy andMilky Way Galaxy
Galaxy
เป็นที่ว่างที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถกำหนดขอบเขตได้ ภายในกาแลคซี่ประกอบไปด้วยดวงดาวมากมายหลายร้อยล้านดวง ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ฝุ่นและกลุ่มเนบิวลา กาแล็กซี่มีรูปร่างต่างกัน ได้แก่ กาแล็กซีรี กาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีเลนส์ กาแล็กซีลูกสะบ้า และกาแล็กซี่ที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนเรียกว่า กาแล็กซีไร้รูปแบบ
กาแล็กซี่กังหัน (Spiral galaxy)
กาแล็กซี่เลนส์ (Lenticular galaxy)
กาแล็กซี่รี (Elliptical galaxy)
กาแล็กซี่รี (Elliptical galaxy)
กาแล็กซี่ไร้รูปแบบ (irregular galaxy)
ในปี พ.ศ. 2479 เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้เสนอการจัดหมวดหมู่กาแล็กซี่จากรูปร่างที่ปรากฎโดยใช้แผนภาพที่มีชื่อเรียกว่า ส้อมเสียงของฮับเบิล (Hubble tuning fork) เนื่องจากมีลักษณะคล้ายส้อมเสียง ดังรูป ด้านซ้ายของภาพ คือ กาเเล็กซีรี (E) มีการเรียงความรีจากความรีน้อยไปความรีมาก (E0-E7) ด้านขวาของเเผนภาพ คือ กาเเลกซีกังหัน (S) ซึ่งเเบ่งเป็นกาเเล็กซีกังหันมีคาน(SB) มีลักษณะกลมนูนที่ใจกลางกาเเล็กซีเช่นเดียวกับกาเเล็กซีรีเเต่มีเเขนยื่นออกมาจำนวน 2 เเขนหรือมากกว่า บริเวณกึ่งกลางของภาพคือ กาเเล็กซีเลนส์ (S0) มีรูปร่างคล้ายเลนส์นูน มีใจกลางสว่าง ล้อมรอบโครงสร้างด้วยเเผ่นจานเเต่เเผ่นจานไม่มีโครงสร้างเเขนกังหันที่มองได้ด้วยตาเปล่า
MILKY WAY GALAXY
กาเเลกซีทางช้างเผือก
กาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นกาแล็กซีกังหันแบบมีคาน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,00 ปีแสง มีดาวฤกษ์อยู่ภายในกาแล็กซีประมาณ 100,000 ถึง 400,000ล้านดวง บริเวณใจกลางทางช้างเผือกจะมีดาวฤกษ์อยู่กันอย่างหนาแน่น รวมถึงฝุ่นและแก๊สจำนวนมาก ทำให้ฝุ่นและแก๊สเหล่านั้นกระเจิงแสงจากดาวฤกษ์ เราจึงสังเกตเห็นความสว่างมากกว่าบริเวณโดยรอบ (บริเวณแขนกาแล็กซี) ระบบสุริยะของเรานั้นอยู่บริเวณขอบรอบนอกของกาแล็กซีทางช้างเผือก และอยู่ห่างจากใจกลางประมาณ 30,000 ปีแสง
โครงสร้างกาเเลกซีทางช้างเผือก
โครงสร้างหลักของกาเเลกซีทางช้างเผือกประกอบด้วย กาแล็กซีทางช้างเผือกมีโครงสร้าง 3 ส่วน ดังนี้นิวเคลียส (nucleus) เป็นบริเวณใจกลาง กาแล็กซีที่มีดาวฤกษ์รวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีแรงโน้มถ่วงสูง ส่วนที่โป่งตรงกลาง เรียกว่า ดุมกาแล็กซี (bulge) มีลักษณะคล้ายคาน บริเวณปลายคานทั้งสองมีลักษณะเป็นจาน(Disc) ซึ่งระบบสุริยะห่างจากศูนย์กลางของกาแล็กซี่ประมาณ 30,000ปีแสง ส่วนบริเวณที่ไกลออกไปครอบคลุมนิวเคลียสและจาน มีกระจุกดาวกระจายตัว เรียกบริเวณนี้ว่า ฮาโล(Halo)
สำหรับประเทศไทยช่วงที่สังเกตเห็นทางช้างเผือกชัดเจนที่สุดคือ ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนตุลาคม ทั้งนี้การมองเห็นทางช้างเผือกยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและทัศนวิสัยของท้องฟ้า
รูปทางช้างเผือกบนดอยอินทนนท์
นอกจากกาแล็กซีทางช้างเผือกแล้ว ยังมีกาแล็กซีเพื่อนบ้านที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ได้แก่ กาแล็กซีแอนดรอเมดา (Andromeda Galaxy) กาแล็กซีแมเจลแลนใหญ่หรือเมฆแมเจลแลนใหญ่ (Large magellanic clound) และกาแล็กซีแมเจลเลนเล็กหรือเมฆแมเจลเลนเล็ก(Small Magellanic clound)
กาแล็กซีแมเจลเลนเล็กหรือเมฆแมเจลเลนเล็ก(Small Magellanic clound)
กาแล็กซีแมเจลแลนใหญ่หรือเมฆแมเจลแลนใหญ่(Large magellanic clound)
กาแล็กซีแอนดรอเมดา (Andromeda Galaxy)
Thank you